หาเซียนตัวจริง ส่งเร็ว ตรงรุ่น กำไรสูง อะไหล่ครบ สั่งง่าย พร้อมดูแลคำสั่งซื้อ
LONGJOOPART
บทความ
ความรู้ ·

น้ำมันเครื่อง 0W-20 กับ 5W-30 ต่างกันอย่างไร เลือกตัวไหนดี?

หลายคนสับสนกับตัวเลขบนขวดน้ำมันเครื่อง บทความนี้จะอธิบายความหมายและช่วยให้คุณเลือกได้ถูกต้องตามสเปครถ

ตัวเลขบนขวดน้ำมันเครื่องหมายถึงอะไร?

ตัวเลขอย่าง 0W-20 หรือ 5W-30 แสดงถึงค่าความหนืดของน้ำมันตามมาตรฐาน SAE โดย

  • ตัวเลข ก่อน W (Winter) = ความหนืดที่อุณหภูมิต่ำ เลขน้อย = ไหลได้ดีในอากาศหนาว
  • ตัวเลข หลัง W = ความหนืดที่อุณหภูมิทำงานปกติ (100°C) เลขมาก = หนืดมากกว่า

0W-20 เหมาะกับใคร?

น้ำมันเบามากสำหรับเครื่องยนต์สมัยใหม่ที่ออกแบบมาให้ใช้ความหนืดต่ำ พบมากใน

  • Toyota Yaris, Vios, Corolla Cross รุ่นใหม่
  • Honda City, HR-V, Civic เครื่อง VTEC Turbo
  • รถ Hybrid ทุกรุ่น

ข้อดีคือลดแรงเสียดทาน ช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ ห้ามใช้กับเครื่องยนต์เก่า ที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับน้ำมันเบา เพราะซีลอาจรั่วได้

5W-30 เหมาะกับใคร?

ความหนืดกลาง ๆ เป็น All-Purpose สำหรับรถทั่วไป ใช้ได้กว้างกว่า พบบ่อยใน

  • รถยนต์นั่งรุ่นกลางอายุ 5–10 ปี
  • กระบะ 1 ตัน เครื่องดีเซล 4 สูบ
  • รถ SUV ส่วนใหญ่

สรุป: ต้องดูอะไรก่อนเลือก?

  1. เปิดคู่มือรถ หรือดูที่ฝาครอบน้ำมันเครื่อง — ผู้ผลิตระบุสเปคที่แนะนำไว้เสมอ
  2. อย่าเลือกเองตามความเชื่อ ว่าหนืดกว่าดีกว่า เครื่องสมัยใหม่ต้องการน้ำมันตามที่ออกแบบมา
  3. Synthetic vs Mineral สำคัญกว่าตัวเลขความหนืดสำหรับอายุการใช้งาน
ใช้ตามสเปคที่ผู้ผลิตกำหนดเสมอ การเปลี่ยนสเปคโดยไม่จำเป็นไม่ได้ทำให้เครื่องดีขึ้น แต่อาจทำให้แย่ลงได้